เว็บสล็อตใหม่ล่าสุด,วิธีเล่นไพ่บาคาร่า

“เสนา” นำนวัตกรรม Solar Rooftop ติดตั้งใน 47 โครงการ ตอบโจทย์ค่าไฟแพง ตอกย้ำดำเนินธุรกิจตามแนวทาง “ESG”


ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจต่างเร่งปรับกลยุทธ์และเร่งหานโยบายเพื่อรับมืออย่างเร่งด่วน  โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)  นับเป็นอีกหนึ่งบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่พัฒนากลยุทธ์และวางนโยบายในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน โดยนำนวัตกรรม Solar Rooftop ติดตั้งในโครงการอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558  จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 8 ปี  มีโครงการของเสนาที่ติดตั้ง Solar Rooftop  ไปแล้วทั้งสิ้น 47 โครงการ รวมกว่า 700 หลังคาเรือน คิดเป็นการผลิตไฟฟ้ากว่า 2,000 กิโลวัตต์ ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์ปัญหาค่าไฟฟ้าแพงแล้ว   ยังช่วยให้ลูกค้ามีรายได้จากการขายไฟฟ้า และช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่งด้วย

ดำเนินธุรกิจตามแนวทาง “ESG”

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯได้นำแนวทาง ESG” ซึ่งประกอบด้วย  E-Environmental การดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม , S-Social การนำช่องทางโซเชียลมีเดียมาใช้เผยแพร่สื่อสารและประชาสัมพันธ์การทำงานโครงการต่างๆ  และกิจกรรมต่างๆ ของทางบริษัทฯ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภค กลุ่มผู้ถือหุ้นและอื่นๆอย่างตรงไปตรงมา และ G-Governance การดำเนินธุรกิจโดยนำกรอบธรรมาภิบาลมาบริหารความเสี่ยงรอบด้าน เพื่อพัฒนาธุรกิจตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคทุกๆ กลุ่มที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแต่ละโครงการของบริษัทฯ อย่างทั่วถึงและยั่งยืน

ทั้งนี้ เสนานับเป็นบริษัทแรกๆในประเทศไทยที่นำนวัตกรรม  Solar Rooftop มาติดตั้งในโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2558  แม้ว่าในช่วงแรกที่นำมาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จะมีราคาที่สูงมาก แต่เมื่อคิดจากอัตราค่าไฟฟ้าที่จะจ่ายน้อยลงและอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ที่บริษัทฯ นำมาติดตั้ง ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศจากผู้ผลิตที่อยู่ในระดับต้นๆ ของโลกและได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพ ประสิทธิภาพการใช้งานรับประกัน 25 ปี ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับการใช้งานและผู้บริโภค โดยเฉพาะช่วงเวลาการใช้งาน

“ในช่วงการทำงาน Work from Home ของทุกคนในสถานการณ์ COVID-19  ช่วงเวลากลางวันที่ผ่านมา ทุกคนต้องทำงาน ใช้ไฟฟ้า เปิดคอมพิวเตอร์  เครื่องปรับอากาศ ทำให้การใช้ไฟฟ้าในแต่ละบ้านพุ่งสูงขึ้น ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่ปรับขึ้นสูงในปัจจุบัน เมื่อนำบิลค่าไฟฟ้ามาตรวจสอบพบว่าค่าไฟฟ้าไม่ได้ปรับขึ้นมากนัก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งเป็นลูกบ้านของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์ยังเป็นส่วนหนึ่งของการลดภาวะโลกร้อนตามนโยบายบริษัทฯ และนโยบายภาครัฐอีกด้วย” ผศ.ดร.เกษรา   กล่าว

ติดตั้ง Solar Rooftop

ติดตั้ง Solar Rooftop ใน 47 โครงการรวมกว่า 700 หลังคาเรือน

ผศ.ดร.เกษรา   กล่าวว่า นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 จนถึงปัจจุบัน ได้ติดตั้ง Solar Rooftop  ในโครงการของเสนาทั้งหมด 47 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวสูง 22 โครงการ และโครงการแนวราบ 25 โครงการ รวมกว่า 700 หลังคาเรือน คิดเป็นการผลิตไฟฟ้ากว่า 2,000 กิโลวัตต์ โดยมี บริษัท เสนา โซลาร์ เอเนอร์ยี่ จำกัด บริษัทฯ ในเครือที่ดำเนินธุรกิจเพื่อติดตั้ง ให้คำปรึกษา และการบริการหลังการขายอย่างครบวงจรแบบ 360 องศา ทำการติดตั้งให้กับโครงการต่างๆของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีในการออกแบบ และใช้วัสดุที่มีคุณภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ตามแนวคิดการสร้างบ้าน เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเกิดความคุ้มค่าอย่างแท้จริง

การติดตั้งโซลาร์เซลล์

จัดทำโมเดลศึกษาความคุ้มค่าในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในผู้ใช้ 3 กลุ่ม

นอกจากติดตั้ง Solar Rooftop ให้กับโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ แล้ว ยังได้จัดทำโมเดลกรณีศึกษาความคุ้มค่าของการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยใช้กรณีของบ้านที่มีการติดตั้งขนาด 3 กิโลวัตต์  ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานการใช้งานทั่วไป  สามารถแบ่งกลุ่มเป็นผู้ใช้ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย

1.กลุ่มทำงานที่บ้าน (Work From Home)  มีอัตราเฉลี่ยการใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ 3.5 ชั่วโมงต่อวัน หรือ  116.5 ชั่วโมงต่อเดือน  โดยคำนวณบนพื้นฐานของอายุการใช้งานแผงโซลาร์ 25 ปี  และมีสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า 10  ปี ซึ่งได้คำนวณจากค่าไฟฟ้าปัจจุบัน ที่ 4.40 บาทต่อหน่วย โดยคาดการณ์อัตราเพิ่มขึ้นค่าไฟฟ้าปีละ 2%  สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 742,036 บาท  พร้อมทั้งยังขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือ เป็นเวลา 10 ปี ตามสัญญารับซื้อไฟฟ้า ที่ราคา 2.20 บาทต่อหน่วย สามารถสร้างผลตอบแทน 30,492 บาท ซึ่งจะทำให้เกิดความคุ้มค่าโดยรวม ทั้งการประหยัด และรายได้จากการขายไฟฟ้า ทั้งสิ้น 772,528 บาท

2.กลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก คนทำงานนอกบ้าน  มีอัตราเฉลี่ยการใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ 2.5 ชั่วโมงต่อวัน หรือ  97.5  ชั่วโมงต่อเดือน  โดยคำนวณบนพื้นฐานของอายุการใช้งานแผงโซลาร์ 25 ปี  และมีสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า 10  ปี ซึ่งได้คำนวณจากค่าไฟฟ้าปัจจุบัน ที่ราคา 4.40 บาทต่อหน่วย โดยคาดการณ์อัตราเพิ่มขึ้นค่าไฟฟ้าปีละ 2% สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 621,018 บาท  พร้อมทั้งยังขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือ เป็นเวลา 10 ปี ตามสัญญารับซื้อไฟฟ้า ที่ราคา 2.20 บาทต่อหน่วย สามารถสร้างผลตอบแทน 45,540 บาท ทำให้เกิดความคุ้มค่าโดยรวม ทั้งการประหยัด และรายได้จากการขายไฟฟ้า ทั้งสิ้น 666,558 บาท

3.กลุ่มคนทำงานนอกบ้าน  มีอัตราเฉลี่ยการใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ 1 ชั่วโมงต่อวัน หรือ  63 ชั่วโมงต่อเดือน  โดยคำนวณบนพื้นฐานของอายุการใช้งานแผงโซลาร์เซลล์ 25 ปี  และมีสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า 10  ปี ซึ่งได้คำนวณจากค่าไฟฟ้าปัจจุบัน ที่ราคา 4.40 บาทต่อหน่วย โดยคาดการณ์อัตราเพิ่มขึ้นค่าไฟฟ้าปีละ 2%  สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 401,273 บาท  พร้อมทั้งยังขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือ เป็นเวลา 10 ปี ตามสัญญารับซื้อไฟฟ้า ที่ราคา 2.20 บาทต่อหน่วย สามารถสร้างผลตอบแทน  72,864 บาท จะทำให้เกิดความคุ้มค่าโดยรวม ทั้งการประหยัด และรายได้จากการขายไฟฟ้า ทั้งสิ้น 474,137 บาท

มั่นใจโครงการ Solar PV Rooftop ภาคประชาชนเอื้อต่อโครงการของบริษัทฯ

ผศ.ดร.เกษรา   กล่าวถึงโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar PV Rooftop) ภาคประชาชนว่า  ทางรัฐบาล โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เปิดโครงการฯ รอบใหม่ปี พ.ศ. 2565 ประเภทบ้านที่อยู่อาศัย ที่มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ โดยจะรับซื้อไฟฟ้ารวมไม่เกิน 10 เมกะวัตต์  แบ่งเป็นการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 5 เมกะวัตต์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 5 เมกะวัตต์  คิดเป็นอัตรารับซื้อที่ราคา 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งถือว่าเป็นอัตรารอบใหม่ที่สูงกว่ารอบแรกๆ ที่รับซื้อในอัตราเพียง 1.68 บาทต่อหน่วย

การประกาศเปิดโครงการฯ รอบใหม่ของกกพ.นี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจให้ประชาชนที่มีความต้องการบ้านที่อยู่อาศัยติดตั้ง Solar Rooftop มากขึ้น เพราะช่วงนี้ราคาค่าไฟฟ้าแปรผัน (Ft) ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ ได้เตรียมโครงการอสังหาริมทรัพย์รองรับไว้แล้ว โดยกลุ่มผู้บริโภคที่จะเข้ามาเป็นลูกบ้านจะได้ประโยชน์จากการขายไฟฟ้าที่เหลือใช้จากโครงการฯ รอบใหม่ปี พ.ศ. 2565 ของกกพ.อีกด้วย    ในส่วนของการขอเข้าร่วมโครงการฯรอบใหม่นี้  บริษัทฯ จะเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมดเหมือนอย่างโครงการอื่นๆ ที่ผ่านมา

นโยบาย Solar PV Rooftop ภาคประชาชนต้องคุ้มและเข้าใจจ่ายจึงจะสำเร็จ

สำหรับข้อเสนอแนะต่อนโยบาย Solar PV Rooftop ภาคประชาชนของรัฐบาล ผศ.ดร.เกษรา  มองว่าสิ่งสำคัญอันดับแรกนอกจากโครงการฯ จะต้องทำให้คุ้มค่าต่อผู้บริโภคแล้ว จะต้องทำให้ผู้บริโภคเข้าใจง่ายที่สุดด้วย โครงการฯ จึงจะประสบผลสำเร็จและได้รับการยอมรับจากประชาชนทุกๆ กลุ่ม   อีกทั้งการประกาศรับซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้ง Solar PV Rooftop ควรตั้งราคาที่สร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการ เช่น ราคา 4 บาท เป็นต้น ส่วนข้อเสนออื่นๆ ก็คงเป็นเรื่องกฎเกณฑ์ของภาครัฐที่ทำให้เกิดความยุ่งยากในการเข้าร่วมโครงการฯ   หากผ่อนคลายความเข้มงวดลง น่าจะทำให้มีประชาชนเข้าร่วมโครงการฯ มากขึ้น

“ส่วนเรื่องเทคโนโลยี สามารถที่จะปรับการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาใช้เองได้ในแต่ละผู้ประกอบการและประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ของภาครัฐ เช่น บ้านในกรุงเทพฯ คิดเป็นโครงการบ้านจัดสรรประมาณ 75% หากรัฐบาลผ่อนปรนกฎเกณฑ์การเข้าร่วม Solar PV Rooftop ในหลายๆ เรื่อง เช่น การยื่นขอติดตั้งที่ใช้ระยะเวลาตรวจสอบเอกสารนานมาก เชื่อว่าจะมีประชาชนสนใจเข้าร่วมอีกจำนวนมาก เพราะความคุ้มค่าเรื่องการจ่ายเงินค่าไฟฟ้าจะแรงจูงใจที่ประชาชนที่ติดตั้งพิสูจน์ได้  และบอกกล่าวปากต่อปากให้ประชาชนที่ยังไม่ได้สนใจเข้าร่วมเข้าร่วมเองในอนาคต เมื่อมีการติดตั้ง Solar Rooftop ก็จะเป็นการสร้างสังคมที่ช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง” ผศ.ดร.เกษรา   กล่าว

เตรียมติดตั้งจุดชาร์จยานยนต์ไฟฟ้ารองรับการใช้งานของลูกบ้านในอนาคต

เพื่อเป็นการสานต่อนโยบายสังคมสีเขียวของบริษัทฯ ที่จะมอบสู่กลุ่มผู้บริโภคลูกบ้านของบริษัทฯ  ไม่ว่าจะเป็นการนำนวัตกรรมเทคโนโลยี การผลิตไฟฟ้าไปใช้ในส่วนกลาง ซึ่งได้ทำการศึกษาการพัฒนาโซลาร์ลอยน้ำในแหล่งน้ำของโครงการ การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาจอดรถในพื้นที่ส่วนกลาง และการให้บริการชาร์จไฟฟ้า กับรถยนต์ไฟฟ้า ภายในหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นเทรนด์ของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเขตเมืองมากขึ้น โดยโครงการต่างๆ ที่พัฒนาขึ้น ใหม่ๆ นั้นจะติดตั้งที่ชาร์จไฟฟ้าให้กับลูกบ้าน แม้ว่าการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ายังมีจำนวนน้อยอยู่ก็ตาม  เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตของลูกบ้าน

“เชื่อว่าอีก 3-5 ปีจากนี้  จะมีกลุ่มประชาชนให้ความสนใจใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมทั้งมาตรการราคาที่จูงใจจากรัฐบาลในการซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยขณะนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินการติดตั้งโครงการ EV Ready ในโครงการของบริษัทฯไปแล้วประมาณ 7-8 โครงการ  ในส่วนของโครงการเดิม หากลูกบ้านหลังใดมีความต้องการที่จะติดตั้งที่ชาร์จ EV Ready  บริษัทฯ ก็จะมีบริการติดตั้งให้ด้วยเช่นกัน”  ผศ.ดร.เกษรา   กล่าวทิ้งท้าย


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เอง โดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save